วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

เมื่อคุณเจอกับการขาดทุนติดต่อกัน คุณจัดการกับมันอย่างไร


เมื่อคุณเจอกับการขาดทุนติดต่อกัน คุณจัดการกับมันอย่างไร

คนส่วนใหญ่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้กันมาแล้วทั้งสิ้น เมื่อเราขาดทุน เรามักจะเทรดหนักขึ้น และไม่ว่ากี่ยุค กี่สมัย การเทรดทั้งในอดีต และปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน คือล้มเหลว และหมดตัว

เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่ เมื่อเขาประสบปัญหาการขาดทุนติดต่อกัน สิ่งแรกที่เขาทำคือ ลดการเทรดลง หรืออาจจะต้องหยุดเทรดไปก่อนเลย และนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมทำเหมือนกันถ้าผมประสบปัญหาแบบนี้

จำไว้นะครับ เมื่อคุณขาดทุน ประสบการณ์ผม(boyles bigmove)ก็เช่นกัน 1. ให้ลดการสูญเสียโดยการเทรดให้น้อยลง 2.หยุดเทรด (หยุดการสูญเสียถ้าจำเป็น) จงหยุดคิดเรื่องการเอาเงินคืนก่อน สิ่งแรกที่เราต้องการเมื่อขาดทุน คือลดการสูญเสีย ไม่ใช่เอาเงินคืน

คนส่วนใหญ่ มักจะคิดเรื่องเงินทุนตัวเอง การต้องการเอาคืนไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่มันเป็นขั้นตอนหลังจากนั้น

มีบางครั้งหรือไม่ คุณต่อสู่เพื่อเอาคืนจนเอาชนะกลับมาได้ ไมเคิลตอบว่า บางครั้ง

นั่นแสดงว่า แม้เทรดเดอร์ที่เก่งมากๆ ก็ทำได้แค่บางครั้งเท่านั้น ในการเอาทุนตัวเองคืนมา แต่สิ่งที่เขาแนะนำ และเป็นสิ่งสำคัญคือ ให้หยุดเล่นซะ แม้มันจะยากที่จะบังคับตัวเองให้หยุดเล่นก็ตาม

Boyles: มีคนหลายคน มาขอคำแนะนำผมเกี่ยวกับ การเทรดที่ต้องเอาทุนตัวเองคืน คำแนะนำผมส่วนใหญ่จะจบตรง คุณต้องหยุดเทรด ต้องหยุดการสูญเสียก่อน แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยเชื่อ และท้ายที่สุด มักจะสูญเสียเงินทั้งหมดอยู่ดีแม้จะเติมเงินเข้าไปเท่าไหร่ก็แล้วแต่ คุณต้องลดการเทรด จนกว่าคุณจะเริ่มกลับมาเทรดถูกทางอีกครั้ง

ให้ผมเปรียบ ในบางครั้งคุณไม่สามารถเดินผ่านพายุหนักๆได้หรอก ถึงคุณจะมีจิตใจที่สู้มากขนาดไหน แต่เมื่อสภาพแวดล้อมไม่อำนวย มันก็ยากที่จะผ่านไปได้ เพียงบางครั้งคุณแค่หยุดเดิน รอให้พายุสงบ และเดินค่อยออกเดินไปอย่างช้า คุณอาจจะพบว่ามันง่ายกว่า ที่จะเดินผ่านเส้นทาง เส้นเดียวไปได้ และมันก็เหมือนการเทรดเช่นกัน

และด้านบนของหนังสือ ก็เหมือนที่ผมเคยเล่าในประวัติผมไป

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จทุกคน พวกเขาจะมีชีวิตที่สมดุล พวกเขาจะมีความสนุกอื่นนอกเหนือจากการเทรด

Boyles: ผมได้ค้นพบความจริงข้อนึง คือ เมื่อคนมีชีวิตที่สมดุล มีคุณภาพชีวิตที่ดี การเทรดของคุณจะดีตามไปด้วย การหมกมุ่นการเทรดมากเกินไป จะทำให้คุณเทรดเกินตัว หรือหมกมุ่นกับความผิดพลาดตลอดเวลา ดังนั้นในกลุ่ม เป้าหมายผมไม่ได้ Focus ให้คนเป็นเทรดเดอร์มาก การเทรดทั้งหมดจึงใช้ TF ใหญ่เป็นหลัก คุณต้องสามารถเก็งกำไรไปพร้อมกับกิจกรรมอื่น หรือทำงานอื่นไปด้วยได้ และนั่นจะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และผลลัพธ์ที่ดีได้จากการเทรด

คุณไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดี จากการเฝ้าหน้าจอ ดูตัวเลขการเคลื่อนไหวตลอดทั้งวันได้หรอก (เฝ้าหน้าจอเกิน 13 ชม./วัน)

--- พอล่ะ วันล่ะนิด วันล่ะหน่อยพอ เรื่องข้อคิดเกี่ยวกับการเทรด ---

Market Wizard แปลไทย: 18 Jan 2015 (ซื้ออ่านฉบับจริงกันนะครับ ดีมากเลย)


วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

ประชาสัมพันธ์ วันที่ 17 มกราคม 2558 Bigmove Club จะมีสัมมนาใหญ่ประจำปี


ประชาสัมพันธ์ วันที่ 17 มกราคม 2558 Bigmove Club จะมีการจัดสัมมนาใหญ่ประจำปี โดยเนื้อหาของการสัมมนาครั้งนี้ ทางBigmove  จัดทำขึ้นมาโดยเฉพาะพิเศษสำหรับงานนี้เท่านั้น  อีกทั้งจะมาเล่าประสบการณ์ แบ่งปันไอเดีย เคล็ดลับวิชาในการเก็งกำไรในตลาด Future ทั่วโลกตลอด 8 ปี รวมถึงแนวทางการเทรดที่มีอัตราผลตอบแทนสูงสุดในช่วงหลายปีหลังของกองทุนที่อเมริกา
รวมไปถึงการศึกษาแนวทางการพยากรณ์ที่ทาง Bigmove ได้มีการเก็บข้อมูลศึกษามาตลอดในช่วง 4 ปีหลัง ประกอบกับระบบการเทรดที่พัฒนาสำหรับสินค้า Future และการวิเคราะห์เคราะห์ สำหรับการลงทุนในปี 2015 ทั้งในตลาดหุ้น และทอง
***การสัมมนาครั้งนี้ เนื้อหาในการเข้าร่วมสัมมนาจึงเหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ไปจนถึงขั้น advance หรือคนที่อยากจะเริ่มเก็งกำไรเพื่อจะได้มีแนวคิดสำคัญในการเริ่มต้นการลงทุนสำหรับปี 2015 นี้
โดยภายในงานจะเป็นการมารวมกลุ่มทั้งสมาชิกBigmove  เพื่อนเก่า เพื่อนใหม่ ที่จะได้มาพบปะ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ในการลงทุนของแต่ละคน


****ค่าใช้จ่าย ในการสัมมนาครั้งนี้ ท่านละ 2,000 บาท (ราคารวมขนมเบรคเช้าบ่ายและอาหารกลางวันแล้ว)

เนื้อหาสัมมนา วัน เสาร์ ที่ 17 มกราคม 2558
เวลา
เรื่อง
9.00-10.30 น.
-แนะนำที่มาของ Bigmove Club และประสบการณ์การเก็งกำไรในตลาด Future ทั่วโลกตลอด 8 ปี
-3ขั้นตอนในการเริ่มต้นการเก็งกำไรในตลาด Future
- รายละเอียดการเลือกสินค้าที่ดีที่สุด  การบริหารเงิน เทคนิค จิตวิทยาการลงทุนที่สำคัญในการเก็งกำไร
- เรียนรู้แนว Discretionary Trade ที่ใช้เทรดตลอดหลายปีหลัง และข้อดี ข้อเสีย เมื่อเทียบกับ Trend Follow และ Systematic trading ที่เราคุ้นเคยกัน
- เคล็ดลับตามแบบฉบับของ Bigmove ในการอยู่รอด และการสร้างความมั่งคั่งในตลาด Future
10.30 น.
พักเบรคเช้า
10.45-12.00 น.
- เคล็ดลับการเลือกตลาดเพื่อเก็งกำไรในแต่ละช่วงของปี เราตัดสินใจจากอะไรบ้างใน Future Index Commodities ทอง Forex and ตลาดหุ้น
- พื้นฐานการเทรดแท่งเทียนเบื้องต้น เราสามารถเทรดจาก Demand Supply โดยไม่ต้องใช้ Indicator ใดๆในการเทรดได้อย่างไร
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน
13.00-14.30 น.
- เจาะลึก The Way we Forecast the Market แนวทางในการพยากรณ์ตลาด เราจะใช้แนวทางการพยากรณ์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ตลอด 4 ปีหลัง
- วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้น และตลาดทอง ในปี 2015 โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน และแนวทางการพยากรณ์ที่ศึกษามาตลอด
14.30 น.
พักเบรคบ่าย
14.45-16.00 น.
- แนวทางการใช้ระบบเทรดอัตโนมัติ ของ Bigmove Club ในสินค้าต่างๆ และผลการทดสอบ(Backtest) แนวทางการพัฒนาต่อยอดจาก Discretionary Trade
- จับของรางวัล พูดคุย และสอบถาม


สถานที่ โรงแรม อริสตัน สุขุมวิท http://www.aristonhotelbkk.com/
วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2558  เวลา 9.00-16.00
ค่าใช้จ่าย 2,000 บาท 
ติดต่อได้ที่ boy_09@hotmail.com, 086-997-5080, Line ID: boyles

โอนเงินที่ บัญชี ธนาคารกรุงไทย  195-0-15858-6 ธวัชชัย มีมงคลเกียรติ ออมทรัพย์ แจ้งโอนเงินที่ boy_09@hotmail.com

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

หยุดกังวลสะที!!

หยุดกังวลสะที!! จาก van k tharp โดย boy bigmove part 1 เรื่องความกังวล จิตวิทยา

ทุกๆครั้งที่ไมเคิลคิดที่จะเข้าเก็งกำไร เขามักจะถามตัวเองเสมอว่า ถ้าฉันขาดทุนล่ะ บ่อยครั้งที่ความคิดนี้จะทำให้ไม่กล้าเข้า หรือกว่าจะเข้าก็ใช้เวลานานมากๆ โอกาสหลายๆครั้งมักจะหลุดลอยไป และเมื่อไมเคิลเปิดสถานะการเก็งกำไร สิ่งที่เขาคิดต่อคือ ระบบฉันก็มีผิดเหมือนกันนะ แล้วถ้าครั้งนี้ผิดและขาดทุนล่ะ และเขาไม่สามารถนอนหลับได้เพราะเขาคิดตลอดเวลาว่า ถ้า ถ้า ถ้า ไมเคิลทุกข์ทรมานจากอาการที่เราเรียกว่า ความกังวล
งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า องค์ประกอบ ทางชีวภาพและองค์ประกอบทางจิตวิทยาของความเครียด ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์และเราจะพิจารณาสององค์ประกอบนี้

องค์ประกอบทางด้านชีวภาพ คือการตอบสนอง การต่อสู้ ปฏิกิริยา ดั้งเดิม ที่ที่พัฒนาขึ้น เพื่อให้อยู่รอด ส่วนองค์ประกอบทางด้านจิตวิทยา ทำให้คนโฟกัส และใส่พลังงานมากขึ้นในสิ่งที่พวกเขา กำลังทำ มันอาจจะช่วยให้คุณทำงานได้เร็วขึ้น หรือต่อสู้มากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการลงทุนมากขึ้น
องค์ประกอบทางด้านจิตวิทยา คือสิ่งที่ไมเคิลกำลังทำ ความกังวล มันเกี่ยวข้องกับผลงาน และสิ่งที่จะตามมา มันคือความคาดหวังของความล้มเหลว และการประเมินตนเอง ในแง่ลบ ที่มาพร้อมกับความล้มเหลว

ความกังวลอาจส่งผลเสียร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งผลทางจิตวิทยารุนแรงกว่าองค์ประกอบทางด้านชีวภาพมาก นักวิจัยได้แสดงตัวอย่างถึงนักเรียนที่กังวลเรื่องของผลการสอบ มักจะได้ผลลัพธ์ที่แย่มากกว่านักเรียนที่ไม่กังวลเรื่องการสอบ นักเรียนที่กังวลเรื่องการสอบจะใช้สติ สมาธิไปถึง 25% กับความกังวลใจแทนที่จะมุ่งมั่นไปกับความพยายามในการทำความข้อสอบ

ไมเคิลคือนักลงทุน ที่ไม่สามารถนอนหลับได้ เพราะกังวลใจเกินไปกับผลลัพธ์ ซึ่งเหมือนนักเรียนที่กังวลใจในการทำข้อสอบ ความสามารถของเขาในการพยากรณ์ราคา หรือหาจังหวะที่ดีในการลงทุนจึงไม่เกิดขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับกันผลงานของตัวเองทำให้เขาไม่สามารถทำผลลัพธ์ให้ออกมาดีได้
Worry and Information Capacity ความกังวลและความจุของข้อมูล
คนเรามี limit ในการรับข้อมูล คุณสามารถทดสอบได้ โดยการดูตัวเลขพวกนี้ 78 23 81 59 44 90 37 17 4 91 16 55 98 11 84 แล้วปิดตา แล้วพูดขึ้นมาให้หมด ถ้าไม่มีเทคนิคการจำที่ดี คนส่วนใหญ่ไม่สามารถจำตัวเลขนี้ได้ทั้งหมดได้

ลองจินตนาการตามผมนะครับ ถ้าสมมุติคนส่วนใหญ่ คิดว่าการจำตัวเลข 2 หลัก 15 ตัวนี้ไม่ได้ เป็นเรื่องที่โง่มากๆ และคุณต้องโดนปรับตัวล่ะ 1000 เหรียญ คุณจะโดนปรับทั้งหมด 15000 เหรียญ ถ้าคุณผิดหมดล่ะ และถ้าคุณเริ่มผิดคุณก็มีโอกาสผิดหมดใช่หรือไม่

อะลองอีกครั้ง คราวนี้ให้คุณผิดได้มากขึ้น ทำไม? เพราะว่า ความกังวลมันปั่นทอนการประเมินการรับรู้ข้อมูลของคุณ เหมือนกับการลงทุน ความกังวลจะปั่นทอนความสามารถของคุณ ที่คุณเคยรับรู้ข้อมูลมา ที่คุณเคยมีความสามารถที่จะ ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดจริงๆ

คุณไม่สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงของตลาด หรือตอบสนองได้ตามที่ควรจะเป็น เพราะว่าคุณมั่วแต่หมกมุ่นกับ ถ้า ถ้า ถ้า ถ้าคุณกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิด และคุณมักจะผิดพลาดตาม การจดจ่อกับความผิดพลาด นั่นจะทำให้คุณทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ เช่นกัน

Worry and Perception